|
เราได้ข้อคิดอะไรบ้างเมื่อการรบมาถึงจุดนี้ ให้เรานิ่งฟังธาตุธรรมท่านวิจารณ์ โดยฟังว่าพระองค์จะทรงมีคำกล่าวอย่างไร? ฟังไปให้ทั่วทุกนิพพาน แล้วเราก็รับจดบันทึกเหตุการณ์ และบันทึกความรู้ แต่ความรู้นั้นยังไม่เป็นระเบียบ ยังไม่เป็นขั้นตอน ยังไม่เป็นหมวดหมู่ ต้องใช้เวลาสังเกต ใช้เวลาพิจารณาไปอีกนาน ระหว่างนี้จงอย่าเชื่ออะไร! เพราะมารเขาพารู้พาญาณเราไปได้ เขาหลอกรู้หลอกญาณเราได้เสมอ ตำราของข้าพเจ้าทุกเล่ม กล่าวไว้แล้ว เห็นอะไร อย่าเชื่อ! ให้ตรวจสอบก่อนเสมอไป จงดูเล่มปราบมารภาค ๓ จำความรู้นั้นไว้ มารเขามีเหตุหลอกรู้ลวงญาณ กว่าข้าพเจ้าจะรู้ได้ ข้าพเจ้าก็ปราบมารมาหลายรูปแบบ อย่างเช่น การบูชาข้าวพระ ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วตั้งแต่รุ่นปราบมารภาค ๑ (พิมพ์เมื่อ ๒๕๓๐) เขียนไว้แล้วว่าอย่าทำ! เพราะไม่ถึงพระพุทธองค์ มารมันมาหลอกกิน กลายเป็นว่าเราไปบำรุงมาร แต่เดิมความรู้นี้ข้าพเจ้าเรียนมาจากแม่ชีทองสุข สำแดงปั้น การบูชาข้าวพระในตอนนั้น ก็มีแม่ชีจันท์ ขนนกยูง แม่ชีเธียร ธีระสวัสดิ์ แม่ชีย้อย แม่ชีอาภรณ์ และข้าพเจ้าร่วมทำอยู่ด้วย เราก็เชื่ออาจารย์ ครั้นต่อมาชีวิตของข้าพเจ้ามาถึงขั้นตอนที่ธาตุธรรมบังคับให้ทำวิชาปราบมาร ข้าพเจ้าก็ปราบมารมาตลอด หวนกลับไปดูผลงานที่เราเคยทำคือบูชาข้าวพระ ทบทวนไป ทบทวนมา ดูแล้วดูอีก ปรากฏว่าไม่ถึงพระพุทธองค์ มามันหลอกกินหมด จึงได้ข้อคิดว่า เราบำรุงใครกันแน่! เราไม่ได้บำรุงพระพุทธองค์ แต่กลับเป็นว่า เราบำรุงมาร ขอร้องว่า พี่น้องอย่าทำเลย! ความรู้ของท่านยังอ่อนเกินไป ท่านอยากได้บุญควรไปทำอย่างอื่น โปรดเชื่อลุงเถิด! ข้าพเจ้าปราบมารจะให้มารดับ แต่ท่านไปบูชามาร ให้มารมีกำลัง มันขัดกัน แต่ข้าพเจ้าพูดชัดเจนไม่ได้ เกรงว่าคนอื่นเขาจะตำหนิว่าลบหลู่อาจารย์ เพราะข้าพเจ้าเรียนมาจากแม่ชีทองสุข สำแดงปั้น ข้าพเจ้าขอร้องไม่ว่าใคร อย่าบูชาข้าวพระเลย! ความรู้ของท่านอ่อนไป ท่านทำไม่ถึง ข้าพเจ้าดูเหตุการณ์นี้มานานปีแล้ว นี่คืออานิสงส์ของการปราบมาร ทำให้เราได้รู้อะไรได้หลายอย่าง ความรู้ของข้าพเจ้าที่เล่าเรียนมา แต่แรกก็ว่าถูกต้อง พอนานไปจึงทราบว่า ความรู้นี้เพี้ยนเสียแล้ว ขืนเชื่อความรู้นี้ต่อไป ก็เท่ากับเราชักศึกเข้าบ้าน ก็เท่ากับเราต่อตีนโจร เพราะเราเดินวิชาชั้นสูง มารเขาหาช่องโหว่ มารเขาหาช่องว่าง พอเขาได้ช่องเนื่องจากเราเดินวิชาพลาด เขาก็เข้ามายึดปกครอง มันเสียหายตรงนี้ โปรดจำไว้! ธาตุธรรมท่านจะลงโทษเขาผู้นั้น ถึงท่านจะเรียนมาร้อยปี เป็นรุ่นพี่รุ่นพ่อหรือรุ่นปู่ จำไว้เถิด! ไม่ว่ารุ่นไหนถูกลงโทษทั้งนั้น ฐานเดินวิชาผิดพลาด ดังนั้น จึงขอให้ท่านเรียนโดยพิจารณา จงอย่าเชื่อ! ให้ตรวจสอบก่อนเสมอไป ตามความรู้ที่ข้าพเจ้าได้เสนอแล้ว อย่าเรียนแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เคยทำอย่างไรก็อย่างนั้น จงเรียนโดยเปิดตำรา โปรดดูเล่มคู่มือสมภารและเล่มวิชชามรรคผลพิสดาร ให้แม่นตำราเข้าไว้ อย่าให้เพี้ยน ถ้าเพี้ยนแล้ว มารเขาพารู้พาญาณทันที หลอกรู้ลวงญาณทันที ให้ไปเห็นร้อยแปด เอาเงินมาสร้างเจดีย์ อีกกี่แสนล้านก็ไม่พอ คนก็จนหมดทั้งประเทศ นี่มันอะไรกัน! ไม่ถูกต้อง! มันแผนการของมารทั้งนั้น สรุปการเดินวิชาปราบมารมาถึงทางตันตรงที่ไม่มีดวงธรรม ๖ ดวงนั้น แก้ได้แล้วตามวิธีการที่บรรยายมานี้ งานปราบมารยังต้องทำต่อไป เพราะมารยังดับไม่หมด มาถึงตรงนี้ ทำให้เราทราบว่า นิพพานของเรามีทะเลรู้ทะเลญาณจำกัด บัดนี้ เราแก้ได้แล้ว ต่อไปนี้เราจะพบอะไร? และจะมีเหตุการณ์อะไรอีกนั้น? เราทราบไม่ได้ ต้องเดินวิชาต่อไปก่อน จึงจะไปทราบเอาในตอนนั้น เมื่อไรมารจะหมดเสียที? นี่คือคำถามที่ท่านอยากทราบ ข้าพเจ้าอยากให้มารดับสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษในวันนี้ เพื่อจะได้สิ้นสุดหน้าที่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเบื่อหน่ายเหลือเกินแล้ว ไม่มีใครบอกได้ว่ามารอยู่ที่ไหน? ทุกวันนี้เขาหนีเราตลอด ภาษาวิชาธรรมกายท่านใช้คำว่า “ถอนถอยธาตุถอนถอยธรรม” คือหนีออกไปเรื่อย ๆ ถามว่าหนีไปไหน? ตอบว่าไม่ทราบ ไม่ทราบว่าเขาหนีไปไหน? ก็เหมือนโจรหนีตำรวจ ตำรวจไม่รู้ว่าโจรหนีไปไหนนั่นเอง จึงจับตัวโจรไม่ได้ ถ้ามารรบแบบปะทะ ป่านนี้งานปราบมารเสร็จไปนานแล้ว แต่เขาไม่ปะทะ เขาใช้วิธีหนี แต่ยิงเครื่องบังคับเข้ามา เครื่องบังคับของเขา ไปสัมผัสที่ใดก็บังคับได้หมด คือ บังคับได้หมด นั่นคือ บังคับใจ เหมือนเรากด “รีโมท” เปลี่ยนช่องโทรทัศน์ เครื่องปกครองและเครื่องบังคับ มารเขาทำไว้ทั่ว เหมือนกับการวางระเบิดในแดนรบ กายมารคือเนื้อตัวของเขา ไม่เป็นกายอย่างที่เราเคยเห็นมา กายที่เราเคยเห็นเป็นกายหยาบ คือเรามองเห็นดวงญาณทัสสนะ แต่ในวันนี้ กายของมารเป็นเหมือน “ฝุ่น” เหมือน “ผงยานัตถุ์” เป็นจุดเล็กที่สุด เวลาเราทำวิชาดับ ต้องเอาใจเราเป็นเข็มจี้ลงที่จุดเล็กนั้น บังคับให้นิ่ง แล้วละลายเครื่องปกครอง ละลายภพ แล้วปักใจลงที่กำเนิดกาย กำเนิดใจ กำเนิดจิต กำเนิดวิญญาณ แล้วท่องใจ แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย จากกายหยาบของเขาลำดับไปถึงกายละเอียดให้สุดเหตุ ๑๙ เสมอไป (ถ้าไม่ท่องใจ วิชาจะไม่เดิน เพราะมารเขาปิดนิโรธ จำหลักข้อนี้ไว้) การดับกายมาร ทำเพียงแค่นี้กายของเขายังไม่ดับคือ ยังไม่ตาย ต้องเดินวิชาปฏิโลมอีก นั่นคือ เดินวิชาเดินหน้าถอยหลังแบบอนุโลมปฏิโลมนั่นเอง ทำให้มากเที่ยว จนแน่ใจว่ากายของมันดับสิ้นเชื้อจริง ๆ จำไว้ว่า ต้องหากายมารให้พบ เขาจะไม่ให้พบ เพราะเขาล้มกายเป็นว่าง เราก็ล้ม เห็น-จำ-คิด-รู้ ของเราเข้าไปในเหตุล้มกายนั้น ท่องเรื่อย “ล้มในล้ม ไม่มีล้มต่อไป” หมายความว่า ไม่มีล้มกาย-ล้มใจ-ล้มจิต-ล้มวิญญาณ ต่อไป เมื่อถึงจุดที่ไม่ล้มต่อไปแล้ว จึงจะเห็นกาย แต่ก็ไม่เป็นกายอย่างที่เราเคยเห็น จะเป็น “ฝุ่น” คือจุดเล็ก นี่คือกายมารชั้นเก่งของเขา ถ้าเราไม่ดับกาย กายมันก็ไปคิดวิชามาสู้เราอีก ดังนั้น จึงต้องตั้งกติกาว่า ต้องดับกายให้ได้เสมอไป สรุปว่า การรบมาถึงตรงนี้ ต่อไปจะเป็นเช่นไร? ข้าพเจ้าบอกท่านไม่ได้ ท่านก็อยากทราบต่อไปอีกว่า ทำไมไม่ถามนิพพาน? ก็บอกแล้วในตำราทุกเล่ม ถ้าพระองค์บอกได้ ป่านนี้งานปราบมารเสร็จไปนานแล้ว ท่านเสียใจว่าลุงรบมาถึงวันนี้ ท่านไม่ได้มีส่วนร่วมเลย แม้เงินสักบาทเดียวก็ไม่เคย เป็นเรื่องของวาสนาบารมีเฉพาะบุคคล ลุงช่วยไม่ได้ ท่านปรารภว่าทุ่มไปในเรื่องเหลวไหลเป็นร้อยล้าน นั่นเป็นเรื่องเคราะห์กรรมของท่าน แล้วก็มารู้ทีหลังว่า ร้อยล้านนั้นละลายเป็นน้ำไปแล้ว ไม่ได้อะไร! ท่านต้องเข้าใจว่า มารเขาบังคับได้หมด แม้นิพพานเขายังบังคับได้ ดังที่ลุงบรรยายมาโดยลำดับนั้น เขาจะให้ใครรวยก็ได้ จะให้ใครจนก็ได้ จะให้เฮโลไปไหนก็ได้ แต่เขาไม่ให้เฮโลไปที่ลุง เพราะลุงปราบเขา เขาต้องการให้ลุงขัดสน เขาต้องการให้ลุงตาย! จะไดไม่มีใครไปรังควาญเขา ก็เพราะมารเขาสู้กับลุงอย่างนี้ ท่านทั้งหลายจึงพลาดกับลุง ท่านไม่รู้ตัวว่าเทไปร้อยล้านนั้น มารมันเอาบารมีของท่านไปเท่าไร? เหลือเศษไว้เท่าไร? ลุงทำวิชาไปเห็นเข้า จึงได้รู้ ขอให้เข้าใจเถิด ใครก็ตามไม่เป็นวิชา หรือเป็นวิชาเบื้องต้น หรือเป็นวิชาแต่ว่าอ่อนไป แต่ว่ารวยเช้ารวยเย็น ผู้คนแตกตื่นมาเทเงินให้ แต่แรกลุงคิดว่าเป็นบารมีของเขา ตั้งข้อสังเกตดูอยู่ 10 ปี ทำวิชาไปถึงขั้นนั้น จึงได้รู้ว่า การรวยเช้ารวยเย็นนั้น เป็นเพราะมารเขาหนุนอยู่ฉากหลัง ทำไมมารเขาทำเช่นนั้น? ตอบว่าเขามีสวนได้ ส่วนได้ของเขาคือบารมี เขามีส่วนได้ตรงนี้ พระพุทธองค์พูดไม่ออก เราต้องทราบความรู้สำคัญอย่างหนึ่งว่า หน้าที่ให้บารมีคือพระพุทธองค์ ท่านทั้งหลายมาช่วยกิจการของศาสนา พระองค์ก็ให้บารมี บารมีนี้ก็มาอยู่ที่ศูนย์กลางกายของท่าน ในวันที่ได้บารมี มารเขาบอกว่า การสิ่งนี้สำเร็จด้วยเขาเป็นผู้เกื้อหนุน จนถึงขั้นได้เงินมาทำงาน เขาจึงมีส่วนในความสำเร็จนี้ แล้วเขาก็เอาดวงบารมีไป พระพุทธองค์พูดไม่ออก เพราะพระองค์ก็อยู่ในปกครองของเขา ส่วนเรานั้นได้บารมี แต่ว่าเป็นแค่เศษเดนเท่านั้น บารมีชั้นหัวกะทิมารเขาเอาไป ข้าพเจ้ารู้เห็นเรื่องนี้และบอกความรู้ให้ท่านทราบแล้ว ความรู้นี้ไม่ใช่รู้เห็นได้ง่าย ใช้เวลาพากเพียรทำวิชามานานปี ดังที่กล่าวแล้ว ท่านก็ว่าอาจารย์ของท่านเรียนมาร้อยปี ก็ลองดูว่าท่านจะรู้เรื่องอย่างที่ข้าพเจ้าพูดหรือเปล่า? เมื่อครั้งเราอยู่กับหลวงพ่อ มีอะไรบกพร่อง หลวงพ่อท่านก็แก้ให้ทางวิชา บัดนี้ เราไม่มีหลวงพ่อแล้ว ไม่มีคนคุมวิชาให้ เราถือว่าเรียนแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เคยฝึกอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่เคยอ่านตำรา ตำราของหลวงพ่อมีอยู่ เราไม่เคยสนใจก็ต้องพลาดวันยังค่ำ มารเขาไม่โง่ เขาไม่เก่งจริงเขาจะเป็นเจ้าธาตุเจ้าธรรมไม่ได้! จริงอยู่ในอดีตเราเคยดัง เพราะหลวงพ่อท่านกำกับ ตอนนี้ไม่มีหลวงพ่อกำกับ เราเรียนอย่างสมัยหลวงพ่อไม่ได้แล้ว ต้องยึดตำราให้แม่นเข้าไว้ ท่านลืมแล้วหรือ? สมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ บกพร่องเรื่องใดหลวงพ่ออภัยได้ แต่ถ้าเดินวิชาพลาด หลวงพ่อช่วยไม่ได้ เราทราบแล้วว่า หลวงพ่อเลี้ยงพระเลี้ยงสามเณรจำนวนมาก อีกทั้งอุบาสกและอุบาสิกาทั้งปวง กล่าวถึงในส่วนที่เกี่ยวกับวิชาธรรมกาย ถ้าวิชาบกพร่องแล้ว หลวงพ่อช่วยไม่ได้ อยู่ร่วมกับท่านไม่ได้ แต่แรกข้าพเจ้าไม่เข้าใจ ทำไมหลวงพ่อไม่ช่วย? เรื่องแค่นี้ ทำไมหลวงพ่อไม่อภัย? ต่อเมื่อข้าพเจ้าทำวิชาปราบมารมานานปี จึงได้รู้ว่า ถ้าวิชาพลาดก็เท่ากับเปิดประตูให้โจรเข้าบ้าน จึงนึกถึงหลวงพ่อว่าหลวงพ่อมีความเห็นเช่นนั้นถูกแล้ว! เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม หมายถึงว่าเราเป็นฐานทัพให้มารเขา เป็นสื่อให้มารเขา พวกเราถามเหตุผลหลวงพ่อ ฟังท่านชี้แจงเหตุผล เราจึงเข้าใจ ว่าเกี่ยวข้องกับเอกราชของธาตุธรรม เราไปเดินวิชาเช่นนั้นเท่ากับ “ต่อตีนโจร” เป็นเรื่องของวิชาชั้นสูง พวกเราคิดกันบ้างหรือเปล่า? หลวงพ่อของเราโดนมรสุมมามาก แต่เป็นเพราะท่านมีศีลบริสุทธิ์ มีปาฏิโมกข์เรียบร้อย มีงานสะอาด ไม่หยิบเงิน จะทำอะไรก็ต้องให้มีพระพี่เลี้ยงรู้เห็นเป็นพยาน ท่านจึงมีคติว่า “ไม่สู้ แต่ไม่หนี ทำความดีเรื่อยไป” เราจะเอาแบบอย่างก็ได้ แต่ถามว่า เรามีศีลบริสุทธิ์ไหม? ปาฏิโมกข์เป็นอย่างไร? การงานเป็นอย่างไร? การเงินการทองของเราสะอาดอยู่หรือ? หากเลอะเทอะไปหมดทุกเรื่อง คติหลวงพ่อก็ช่วยเราไม่ได้ ประวัติของหลวงพ่อวัดปากน้ำมีอย่างไร? คติธรรมของท่านมีอย่างไร? ข้าพเจ้านำเสนอครบถ้วนแล้ว เขียนเป็นหนังสือเล่มโต ขอให้ติดตามนำมาศึกษาเล่าเรียน อ่านตรงไหนไม่เข้าใจ โปรดถามข้าพเจ้าได้เสมอ เป็นตำราชั้นดีทันสมัยอยู่เสมอ อ่านเมื่อไรสนุกเมื่อนั้น เราเป็นศิษย์อยากเอาหลวงพ่อเป็นแบบอย่าง น่าอนุโมทนา แต่ว่ามีกฎกติกาอยู่ก็คือ เราต้องมักน้อย มีความละอายแก่ใจเข้าไว้ ให้ศีลบริสุทธิ์เข้าไว้ วินัยของเราเคร่งครัดเข้าไว้ อย่ายุ่งการเงินและสตรี ถ้าเข้ากฎเกณฑ์นี้ คติของหลวงพ่อให้คุณแก่ท่านแน่นอน งานปราบมารในปกครองใหญ่ ทำให้เกิดความสับสนมาก เป็นเพราะอะไรหรือ? โปรดทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า มารเขาปกครอง ๒ อย่าง คือปกครองใหญ่ ได้แก่ ปกครองนิพพาน และปกครองย่อย ได้แก่ ปกครองภพ ๓ สรุปแล้ว มารเขาปกครองหมด คือ ปกครองมรรคผลนิพพานและปกครองพวกเรา คำว่า พวกเรา หมายถึง มนุษยโลก ทิพย์ (สวรรค์ ๖ ชั้น) พรหม (คือพรหม ๑๖ ชั้น) อรูปพรหม (คืออรูปพรหม ๔ ชั้น) รวมทั้งจักรพรรดิและกายสิทธิ์ด้วย หมายความว่า จักรพรรดิและกายสิทธิ์ที่อยู่ในนิพพาน ในทิพย์ พรหม อรูปพรหม มารเขาปกครองหมด ไม่เว้นใครทั้งนั้น เมื่อเข้าใจความรู้หลักแล้ว คราวนี้จะเกิดความเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น ผลงานปราบมารที่นำมาเสนอ ตั้งแต่ปราบมารภาค ๑ ถึงปราบมารภาค ๔ รวม ๔ ภาค ใช้เวลารบนับถึงขณะนี้ปี ๒๕๔๓ เป็นปีที่ ๑๖ รายงานแต่ละผลงานรบในภาคนิพพานทั้งหมด ผลงานปราบมารในภพ ๓ ยังไม่มีเลย เพราะยังทำงานรบในปกครองใหญ่ไม่เสร็จ นั่นเอง ผลงานที่ว่าฟลุ๊คมาก คือ ผลงานในปราบมารภาค ๑ ที่ดับทุติยภูมิไปได้ ผลงานี้นับว่าโชคดีมาก ขอให้ท่านกลับไปอ่านเล่มปราบมารภาค ๑ ดูใหม่ ผลงานนอกจากนี้ไม่ฟลุ๊คเลย กว่าจะได้งานแต่ละอย่าง ยากเหลือหลาย แต่ในระยะหลังนี้เกิดการสับสน เพราะบางวันนิโรธของเราสะดวกโยธินตลอดคืนไม่มีอะไรติดขัด โล่งโปร่งเตียนไปหมด อารมณ์ของเราบันเทิง แจ่มใส ไม่พบมารเลย จนธาตุธรรมเชื่อว่ามารหมดแล้ว ทรงรับสั่งแก่เราว่าหมดมาร เราก็ดีใจว่า เราหมดหน้าที่แล้ว หมดเวรหมดกรรมเสียที แต่แล้วก็ดีใจได้ไม่กี่วัน ก็พบมารเข้าอีก จึงเกิดการสับสนมาก อย่างเช่น จู่ ๆ เราก็เดินวิชาไม่ได้ เนืองจากเห็น จำ คิด รู้ ของเราขยับเขยื้อนไม่ได้เลย ตัวเราเป็นอย่างนี้ และนิพพานก็เป็นอย่างเรา เหมือนกับว่าถูกตรึงด้วยการเทคอนกรีต เหตุใดเห็น จำ คิด รู้ ของเราเป็นเช่นนี้? นี่คือชั้นเชิงของมารเขา เขาถอยหนีออกไป ทำให้หลงผิดไปว่าหมดมารแล้ว เราจะได้ไม่ปราบต่อ ต่อกรณีที่เรามาพบว่า เห็น จำ คิด รู้ ถูกตรึงแน่นเหมือนถูกเทคอนกรีต นั่นคือวิชาหมัดตายของเขาทีเดียว ครั้นมาพบเหตุการณ์เช่นนี้ ธาตุธรรมท่านก็บอกว่า ต้องเดินวิชาต่อไป หยุดรบไม่ได้ ต้องรบต่อ! เรื่องของนิพพานเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้ง แต่ด้วยวิถีของการปราบมาร เมื่อเราได้สัมผัสนานปีเข้า ก็พอจะรู้เห็นได้ แต่พอเราได้รู้เรื่อง เราตกใจ เพราะเราคิดไม่ถึงว่า นิพพานจะมีปัญหามากปานนั้น ปัญหาคืออะไร? คือ ปัญหาที่มารเขาปกครอง พระพุทธองค์ทรงทำอะไรไม่ได้ มารเขาบังคับไปหมด ไปมาหาสู่กันก็ไม่ได้ จะค้นคว้าวิชาก็ไม่ได้ ถูกบังคับไปหมด ข้าพเจ้าได้มารู้เห็นเข้า เกิดความตกใจและเหงื่อแตกด้วย! แม้จะฤดูหนาวแต่เหงื่อก็ออก เรื่องตลกที่จะเล่าให้ฟังก็คือ มารเขาเป็นหมอความ หรือที่เราเรียกว่า “หัวหมอ” ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมารมานานปี ได้รู้เห็นเรื่องราวทั้งหลายในนิพพาน รู้แล้วเห็นแล้วก็ไม่เชื่อ! เพราะไม่เชื่อรู้ไม่เชื่อญาณตัวเอง กลัวว่ามารเขาหลอก เมื่อตั้งข้อสังเกตมานานปี จึงทราบว่า มารมันเป็นหมอความหรือที่เราเรียกว่า “หัวหมอ” เนื้อหาสาระสำคัญก็คือ มารเขาห้ามไปหมด ห้ามค้นคว้าวิชา ห้ามบอกความรู้แก่ผู้มาแสวงหาความรู้ในนิพพาน ใครขัดคำสั่ง เขาจะทำโทษ ข้าพเจ้ารู้ได้อย่างไรไม่ทราบ (บันทึกเล่มที่ ๒๒ วันที่ ๘ มี.ค. ๒๕๔๑ หน้า ๙๗) ตรงนี้เองคือตัวปัญหาใหญ่ เราถามความรู้พระพุทธองค์ไม่ได้ นั่นคือทางตันของเรา เพราะเราไม่ใช่ผู้รู้ ผู้รู้คือพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าเห็นผิดสังเกต จึงถอนคำสั่งมารตั้งแต่วันนั้น! ห้ามธรรมภาคขาวปฏิบัติตามคำสั่งมาร! อาราธนาพระพุทธองค์ทรงค้นวิชา และเข้านิโรธเป็นปกติต่อไป อย่าโยนภาระไปให้แก่ธาตุธรรมเป็นอันขาด ถ้าหากข้าพเจ้าบอกว่าให้ฟังคำสั่งจากธาตุธรรม นั่นคือข้าพเจ้าหาเรื่องให้แก่ธาตุธรรม มารมันก็ตรงไปที่ธาตุธรรม ไปกล่าวโทษและจะทำโทษ แต่เป็นเพราะข้าพเจ้าอาราธนาเอง ข้าพเจ้าสั่งเอง มารก็เข้าไปหาธาตุธรรม แล้วถามว่า ทำไมมาเพิกถอนคำสั่งของเขา? ธาตุธรรมท่านก็ว่า ท่านไม่ได้สั่ง ศึกษาฯ การุณย์ บุญมานุช เป็นคนสั่ง ถ้ามีอะไรติดใจก็จงไปหาศึกษาฯ การุณย์ ไปพูดกับเขาเองเถิด นี่คือทางออกของธาตุธรรม แล้วมารหน้าโง่ตนใดจะไปหาข้าพเจ้า เพราะมันกลัวข้าพเจ้าจับตัว มันกลัวถูกข้าพเจ้าดับ ทุกวันนี้มันหนีข้าพเจ้า ไม่สู้แบบซึ่งหน้า ถ้าเราเผลอมันก็ลุยเรา คราวนี้ กลับมาดูชั้นเชิงของมารกันใหม่ ถ้าข้าพเจ้าบอกว่า ให้ฟังคำสั่งจากธาตุธรรม ถามว่าอะไรจะเกิดขึ้น? ตรงนี้คือประเด็นสำคัญ มารเขาจะตั้งข้อหากับเราทันที! เขาจะพูดว่าเราตระบัตย์สัตย์ เรากลับกลอก เราไม่อยู่กับร่องกับรอย ซึ่งการผิดคำพูดทั้งปวงนี้เป็นของธรรมภาคมาร ดังนั้น ท่านเป็นภาคมาร เราเป็นผู้ปกครองของภาคมาร บารมีของท่านอยู่ที่ใด? จงยื่นให้แก่เรา เราจะเป็นผู้รักษาเองตามระบบของมาร หากโดนลูกไม้นี้เข้า เราจะเดือดร้อน นี่แหละมารมันหัวหมอ โพธิสัตว์ของภาคขาวโดนเพลงนี้มาแล้วทั้งนั้น ไม่ปลงอาบัติเพียง ๒ ราตรี บารมีก็หลุดมือแล้ว พวกเราไม่รู้กันเอง ก็ไม่เรียนให้ลึกจะรู้ได้อย่างไร? จ้องแต่จะหาเงิน จ้องแต่จะละเมิดวินัย นั่นคือทางปืนของมารเขา เรียนวิชาธรรมกายก็ไม่ค้นคว้าจริง หลงเชื่อความรู้ที่มารเขาพารู้พาญาณไป แล้วจะไปได้เรื่องอะไร? สุดท้ายมารก็กวาดไปหมด โพธิสัตว์ของภาคขาวเกิดไม่ได้ น่าเสียใจมาก ข้าพเจ้าบอกกความรู้ไว้แล้ว ไม่อ่านกันเอง ไม่ศึกษาเล่าเรียนกันเอง เอาแต่วางมาดว่ากูแน่ เอาแต่สร้างภาพว่าใคร ๆ ก็ซูฮกกู นั่นเป็นวิธีการของมารเขา เขาลวงเรา แล้วเราก็ตายด้วยกลยุทธ์ของเขา มีรอดสักรายไหม? สารบัญ Powered by AkoComment 2.0! |